ความร้อน ตอนที่ 2

     ฉบับนี้เรากล่าวกันถึงอุณหภูมิ ณ สถานที่ทำงานซึ่งหลายๆท่านคงจะทราบกันว่ามี 2 แบบที่เป็นอันตราย คือ ความร้อนและความเย็น สำหรับฉบับนี้เรามากล่าวกันถึงความร้อนกันก่อน จากการที่เมืองไทยเราเป็นเมืองร้อนหากในสถานที่ทำงานมีแหล่งความร้อนอยู่ด้วยก็จะยิ่งทำให้อุณหภูมิในสถานที่ทำงานยิ่งร้อนขึ้นไปอีก แหล่งความร้อนมีหลายแหล่ง เช่น หม้อไอน้ำ ความร้อนจากเครื่องจักร ความร้อนจากหม้ออบ หม้อต้ม หม้อทอด

                สำหรับการส่งผ่านความร้อนอาจเกิดขึ้นจากขบวนการต่อไปนี้

                การนำความร้อน (Conduction) เป็นการส่งผ่านความร้อนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งในร่างกาย จากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งเมื่อสัมผัส เช่น การจับต้องพื้นผิวที่ร้อนหรือเย็น

                การพาความร้อน (Convection) ได้แก่ การส่งผ่านความร้อนจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยก๊าซหรือของเหลวเป็นตัวพาไป โดยปกติการพาความร้อนเกิดจากความแตกต่างของความหนาแน่นของอากาศที่เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ อากาศร้อนจะมีความหนาแน่นน้อยกว่าอากาศเย็นอากาศร้อนจะลอยขึ้นสูง

                การแผ่รังสี (Radiation) เป็นพลังงานรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นช่วงรังสีที่มองเห็นได้และรังสีใต้แดง

 

                แหล่งความร้อนสำหรับคนทำงานที่มีความร้อน

  1. ความร้อนจากเมตาโบลิซึม เป็นผลจากขบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ เนื้อเยื่อ อัยวะ ทำให้เกิดความร้อน
  2. ความร้อนจากภายนอกหรือความร้อนจากสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความร้อนภายในร่างกายและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมีผลต่อการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายและการรักษาอุณหภูมิปกติของร่างกาย

     การตรวจวัดความร้อนในสถานที่ทำงานสามารวัดได้ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า Heat Stress monitor ซึ่งจะประกอบด้วยชุด Dry bulb temperature, Wet bulb temperature, Globe temperature

                ตำแหน่งที่วัดความร้อน เครื่องมือวัดความร้อนควรวางในตำแหน่งที่มีคนทำงานเพื่อทราบค่าความร้อนที่แท้จริง และวัดในตำแหน่งที่คนทำงานแต่ต้องวัดในตอนที่ไม่มีคนเพราะคนอาจจะกั้นความร้อน การวัดความร้อนควรจะเน้นที่ 2-3 แห่งที่คนงานได้รับความร้อนสูงสุด ระหว่างเก็บข้อมูล ควรวัดอุณหภูมิข้างนอกด้วยเพื่อรายงานลักษณะเมฆ ความเร็วลม เพื่อช่วยทำนายสภาพความร้อนในที่ทำงานได้ดีขึ้น

                การตรวจวัดระดับความร้อน มีขั้นตอนดังนี้

  1. เตรียมและตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องมือที่จะทำการตรวจวัดราะดับความร้อน
  2. ติดตั้งอุปกรณ์บนขาตั้ง และหยดน้ำกลั่นลงบนผ้ากระเปาะเทอร์โมมิเตอร์เปียกตามธรรมชาติ โดยปลายหนึ่งของผ้าจุ่มในน้ำกลั่น
  3. ปรับระดับของขาตั้งให้อยู่ในระดับหน้าอกของคนงาน และตั้งชุดอุปกรณ์ตรวจวัดให้ใกล้กับจุดที่คนงานทำงานให้มากที่สุดทั้งนี้ต้องไม่ขัดขวางการทำงานของคนงานรวมทั้งติดตั้งในบริเวณที่คนงานพักด้วย
  4. ตั้งอุปกรณ์เครื่องมือไว้อย่างน้อย 30 นาทีก่อนอ่านค่า เมื่อครบเวลาแล้วจึงทำการอ่านค่าที่ได้โดยอ่านค่า Globe Wet Dry หรือค่า WBGT รวมทั้งบันทึกระยะเวลาการทำงานของพนักงานในจุดนั้นๆ รวมทั้งจัดทำแผนผังการทำงานและบันทึกจุดที่ทำการตรวจวัดพร้อมปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกับความร้อน

แล้วนำค่าที่ได้ไปเปรียบเทียบกับกฎกระทรวงเรื่องกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้าน

ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่างและเสียง

            ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้

                “อุณหภูมิเวตต์บัลบ์โกลบ” (Wet Bulb Globe Temperature - WBGT) หมายความว่า

                งานเบา หมายความว่า ลักษณะงานที่ใช้แรงน้อยหรือใช้กำลังงานที่ทำให้เกิดการเผาผลาญอาหารในร่างกายไม่เกิน 200 กิโลแคลอรี่ต่อชั่วโมง เช่น งานเขียนหนังสือ งานพิมพ์ดีด งานบันทึกข้อมูล งานเย็บจักร งานนั่งตรวจสอบผลิตภัณฑ์ งานประกอบชิ้นงานขนาดเล็ก งานบังคับเครื่องจักรด้วยเท้า การยืนคุมงาน หรืองานอื่นที่เทียบเคียงได้กับงานดังกล่าว

                งานปานกลาง หมายความว่า ลักษณะที่ใช้แรงปานกลางหรือใช้กำลังงานที่ทำให้เกิดการเผาผลาญอาหารในร่างกายเกิน 200 กิโลแคลอรี่ต่อชั่วโมง ถึง 350 กิโลแคลอรี่ต่อชั่วโมง เช่น งานยก ลาก ดัน หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของด้วบแรงปานกลาง งานตอกตะปู งานตะไบ งานขับรถบรรทุก งานขับรถแทรกเตอร์ หรืองานอื่นที่เทียบเคียงได้กับงานดังกล่าว

                งานหนัก หมายความว่า ลักษณะงานที่ใช้แรงมาก หรือใช้กำลังงานที่ทำให้เกิดการเผาผลาญอาหารในร่างกายเกิน 350 กิโลแคลอรี่ต่อชั่วโมง เช่น งานที่ใช้พลั่วหรือเสียมขุดตัก งานเลื่อยไม้ งานเจาะไม้เนื้อแข็ง งานทุบโดยใช้ฆ้อนขนาดใหญ่ งานยกหรือเคลื่อนย้ายของหนักขึ้นที่สูงหรือที่ลาดชัน หรืองานอื่นที่เทียบเคียงกับงานดังกล่าว

                                                                                หมวด 3

                ข้อ ๓ ให้นายจ้างควบคุมและรักษาระดับความร้อนภายในสถานประกอบกิจการที่มีบูกจ้างทำงานอยู่มิให้เกิดมาตรฐาน ดังต่อไปนี้

(๑)  งานที่ลูกจ้างทำในลักษณะงานเบาต้องมีอุณภูมิเวตบัลบ์โกลบ ๓๔ องศาเซลเซียส

(๒)  งานที่ลูกจ้างทำในลักษณะงานปานกลางต้องมีมาตรฐานระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ ๓๒ องศาเซลเซียส

(๓)  งานที่ลูกจ้างในลักษณะงานหนักต้องมีมาตรฐานระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ ๓๐ องศาเซลเซียส

 

 

แนวทางในการควบคุมสภาพความร้อนจากสิ่งแวดล้อมในการทำงานโดยทั่วไปสามารถดำเนินการได้หลายวิธีได้แก่

-                    การใช้ฉนวนหุ้มแหล่งกำเนิดความร้อน เช่น ใช้ฉนวนบุท่อน้ำร้อน หม้อไอน้ำ เพื่อเป็นการลดการแผ่รังสีหรือพาความร้อนลง

-                    การใช้ฉากกั้นป้องกันรังสีความร้อน เช่น การใช้ฉากอลูมิเนียมกั้นระหว่างแหล่งกำเนิดความร้อนกับพนักงาน

-                    การจัดระบบการระบายอากาศแบบทั่วไปหรือการติดตั้งระบบระบายอากาศเฉพาะที่ในการระบายความร้อนจากแหล่งกำเนิดความร้อนออกไป

-                    การแยกแหล่งกำเนิดที่ก่อให้เกิดความร้อนออกจากบริเวณการทำงานอื่น

-                    การติดประกาศเตือน

-                    การจัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล

-                    การลดเวลาการทำงานสัมผัสกับความร้อนและเพิ่มเวลาการพัก

-                    การจัดน้ำดื่ม – น้ำเกลือแร่ เป็นต้น

 

ที่มา : สุขศาสตร์อุตสาหกรรม ตระหนัก ประเมิน ควบคุม  ดร.พรพิมล  กองทิพย์  ภาควิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณุสขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

 
copyright© 2011 Pinthonggroup. All Right Reserved.   
39/9 Rama 3 Road Chongnonsee, Yannawa, Bangkok 10120, Thailand   
Telephone : 0 - 2683 - 1920 (12 Lines) Fax : 0 - 2683 - 1921 - 4 Email : pmc@pinthong-group.com