ฉบับนี้เรากล่าวกันถึงอุณหภูมิ ณ สถานที่ทำงานซึ่งหลายๆท่านคงจะทราบกันว่ามี 2 แบบที่เป็นอันตราย คือ ความร้อนและความเย็น สำหรับฉบับนี้เรามากล่าวกันถึงความร้อนกันก่อน จากการที่เมืองไทยเราเป็นเมืองร้อนหากในสถานที่ทำงานมีแหล่งความร้อนอยู่ด้วยก็จะยิ่งทำให้อุณหภูมิในสถานที่ทำงานยิ่งร้อนขึ้นไปอีก แหล่งความร้อนมีหลายแหล่ง เช่น หม้อไอน้ำ ความร้อนจากเครื่องจักร ความร้อนจากหม้ออบ หม้อต้ม หม้อทอด
สำหรับการส่งผ่านความร้อนอาจเกิดขึ้นจากขบวนการต่อไปนี้
การนำความร้อน (Conduction) เป็นการส่งผ่านความร้อนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งในร่างกาย จากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งเมื่อสัมผัส เช่น การจับต้องพื้นผิวที่ร้อนหรือเย็น
การพาความร้อน (Convection) ได้แก่ การส่งผ่านความร้อนจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยก๊าซหรือของเหลวเป็นตัวพาไป โดยปกติการพาความร้อนเกิดจากความแตกต่างของความหนาแน่นของอากาศที่เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ อากาศร้อนจะมีความหนาแน่นน้อยกว่าอากาศเย็นอากาศร้อนจะลอยขึ้นสูง
การแผ่รังสี (Radiation) เป็นพลังงานรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นช่วงรังสีที่มองเห็นได้และรังสีใต้แดง
แหล่งความร้อนสำหรับคนทำงานที่มีความร้อน
- ความร้อนจากเมตาโบลิซึม เป็นผลจากขบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ เนื้อเยื่อ อัยวะ ทำให้เกิดความร้อน
- ความร้อนจากภายนอกหรือความร้อนจากสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความร้อนภายในร่างกายและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมีผลต่อการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายและการรักษาอุณหภูมิปกติของร่างกาย
การตรวจวัดความร้อนในสถานที่ทำงานสามารวัดได้ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า Heat Stress monitor ซึ่งจะประกอบด้วยชุด Dry bulb temperature, Wet bulb temperature, Globe temperature
ตำแหน่งที่วัดความร้อน เครื่องมือวัดความร้อนควรวางในตำแหน่งที่มีคนทำงานเพื่อทราบค่าความร้อนที่แท้จริง และวัดในตำแหน่งที่คนทำงานแต่ต้องวัดในตอนที่ไม่มีคนเพราะคนอาจจะกั้นความร้อน การวัดความร้อนควรจะเน้นที่ 2-3 แห่งที่คนงานได้รับความร้อนสูงสุด ระหว่างเก็บข้อมูล ควรวัดอุณหภูมิข้างนอกด้วยเพื่อรายงานลักษณะเมฆ ความเร็วลม เพื่อช่วยทำนายสภาพความร้อนในที่ทำงานได้ดีขึ้น
การตรวจวัดระดับความร้อน มีขั้นตอนดังนี้
- เตรียมและตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องมือที่จะทำการตรวจวัดราะดับความร้อน
- ติดตั้งอุปกรณ์บนขาตั้ง และหยดน้ำกลั่นลงบนผ้ากระเปาะเทอร์โมมิเตอร์เปียกตามธรรมชาติ โดยปลายหนึ่งของผ้าจุ่มในน้ำกลั่น
- ปรับระดับของขาตั้งให้อยู่ในระดับหน้าอกของคนงาน และตั้งชุดอุปกรณ์ตรวจวัดให้ใกล้กับจุดที่คนงานทำงานให้มากที่สุดทั้งนี้ต้องไม่ขัดขวางการทำงานของคนงานรวมทั้งติดตั้งในบริเวณที่คนงานพักด้วย
- ตั้งอุปกรณ์เครื่องมือไว้อย่างน้อย 30 นาทีก่อนอ่านค่า เมื่อครบเวลาแล้วจึงทำการอ่านค่าที่ได้โดยอ่านค่า Globe Wet Dry หรือค่า WBGT รวมทั้งบันทึกระยะเวลาการทำงานของพนักงานในจุดนั้นๆ รวมทั้งจัดทำแผนผังการทำงานและบันทึกจุดที่ทำการตรวจวัดพร้อมปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกับความร้อน
แล้วนำค่าที่ได้ไปเปรียบเทียบกับกฎกระทรวงเรื่องกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้าน
ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่างและเสียง
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
“อุณหภูมิเวตต์บัลบ์โกลบ” (Wet Bulb Globe Temperature - WBGT) หมายความว่า
งานเบา หมายความว่า ลักษณะงานที่ใช้แรงน้อยหรือใช้กำลังงานที่ทำให้เกิดการเผาผลาญอาหารในร่างกายไม่เกิน 200 กิโลแคลอรี่ต่อชั่วโมง เช่น งานเขียนหนังสือ งานพิมพ์ดีด งานบันทึกข้อมูล งานเย็บจักร งานนั่งตรวจสอบผลิตภัณฑ์ งานประกอบชิ้นงานขนาดเล็ก งานบังคับเครื่องจักรด้วยเท้า การยืนคุมงาน หรืองานอื่นที่เทียบเคียงได้กับงานดังกล่าว
งานปานกลาง หมายความว่า ลักษณะที่ใช้แรงปานกลางหรือใช้กำลังงานที่ทำให้เกิดการเผาผลาญอาหารในร่างกายเกิน 200 กิโลแคลอรี่ต่อชั่วโมง ถึง 350 กิโลแคลอรี่ต่อชั่วโมง เช่น งานยก ลาก ดัน หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของด้วบแรงปานกลาง งานตอกตะปู งานตะไบ งานขับรถบรรทุก งานขับรถแทรกเตอร์ หรืองานอื่นที่เทียบเคียงได้กับงานดังกล่าว
งานหนัก หมายความว่า ลักษณะงานที่ใช้แรงมาก หรือใช้กำลังงานที่ทำให้เกิดการเผาผลาญอาหารในร่างกายเกิน 350 กิโลแคลอรี่ต่อชั่วโมง เช่น งานที่ใช้พลั่วหรือเสียมขุดตัก งานเลื่อยไม้ งานเจาะไม้เนื้อแข็ง งานทุบโดยใช้ฆ้อนขนาดใหญ่ งานยกหรือเคลื่อนย้ายของหนักขึ้นที่สูงหรือที่ลาดชัน หรืองานอื่นที่เทียบเคียงกับงานดังกล่าว
หมวด 3
ข้อ ๓ ให้นายจ้างควบคุมและรักษาระดับความร้อนภายในสถานประกอบกิจการที่มีบูกจ้างทำงานอยู่มิให้เกิดมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
(๑) งานที่ลูกจ้างทำในลักษณะงานเบาต้องมีอุณภูมิเวตบัลบ์โกลบ ๓๔ องศาเซลเซียส
(๒) งานที่ลูกจ้างทำในลักษณะงานปานกลางต้องมีมาตรฐานระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ ๓๒ องศาเซลเซียส
(๓) งานที่ลูกจ้างในลักษณะงานหนักต้องมีมาตรฐานระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ ๓๐ องศาเซลเซียส
แนวทางในการควบคุมสภาพความร้อนจากสิ่งแวดล้อมในการทำงานโดยทั่วไปสามารถดำเนินการได้หลายวิธีได้แก่
- การใช้ฉนวนหุ้มแหล่งกำเนิดความร้อน เช่น ใช้ฉนวนบุท่อน้ำร้อน หม้อไอน้ำ เพื่อเป็นการลดการแผ่รังสีหรือพาความร้อนลง
- การใช้ฉากกั้นป้องกันรังสีความร้อน เช่น การใช้ฉากอลูมิเนียมกั้นระหว่างแหล่งกำเนิดความร้อนกับพนักงาน
- การจัดระบบการระบายอากาศแบบทั่วไปหรือการติดตั้งระบบระบายอากาศเฉพาะที่ในการระบายความร้อนจากแหล่งกำเนิดความร้อนออกไป
- การแยกแหล่งกำเนิดที่ก่อให้เกิดความร้อนออกจากบริเวณการทำงานอื่น
- การติดประกาศเตือน
- การจัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
- การลดเวลาการทำงานสัมผัสกับความร้อนและเพิ่มเวลาการพัก
- การจัดน้ำดื่ม – น้ำเกลือแร่ เป็นต้น
ที่มา : สุขศาสตร์อุตสาหกรรม ตระหนัก ประเมิน ควบคุม ดร.พรพิมล กองทิพย์ ภาควิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณุสขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล