ชานมไข่มุก อ้วนไว อาจตายเร็ว

          กระแสการบริโภคชานมไข่มุกในเมืองไทยมีมานานมากครับ และไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแต่อย่างใด เห็นได้จากบรรดาร้านทั้งร้านไม่ว่าจะเป็นร้าน Flagship หรือรถเข็นเล็กๆ ต่างผุดกันขึ้นมาราวกับดอกเห็ด นั่นเพราะชานมไข่มุก หรือเครื่องดื่มเย็นอื่นๆ ล้วนเป็นที่นิยมของวัยรุ่น ทั้งราคาบ้านๆ จนถึงระดับแก้วราคาละหลายร้อยบาท ดื่มตั้งแต่วันละครั้ง จนถึงขนาดทุกเวลาหลังอาหาร ซึ่งผลที่จะตามมาคือ “โรคอ้วน” และพิษภัยต่างๆ มากมาย ที่แฝงอยู่ในไข่มุกนั่นเอง

 

          ชานมไข่มุก หรือเครื่องดื่มเย็นอื่นๆ ที่ผสมไข่มุกนั้น ส่วนผสมในการชงหลักๆ ก็คือ น้ำตาลทราย ครีมเทียม นมข้นหวาน ผงเครื่องดื่มสำเร็จรูปซึ่งมีการแต่งสีและกลิ่นมาเรียบร้อยแล้ว ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงไม่แปลก ที่คนที่บริโภคเครื่องดื่มเหล่านี้อยู่เป็นประจำจึงทำให้เป็นโรคอ้วน นั้นเพราะเต็มไปด้วยแป้งและน้ำตาลนั่นเอง ผลร้ายที่จะตามมาก็คือ สารที่ประกอบไปด้วยน้ำตาล แป้งและไขมันจำนวนมากนี้ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกดูดซึมทันที ตัวไขมันจะถูกแปรสภาพไปเป็นไตรกลีเซอร์ไรด์ (Thiglycerides) ซึ่งร่างกายจะนำไปสะสมไว้ตามอวัยวะส่วนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามผนังหลอดเลือด จึงทำให้เสี่ยงเป็นโรคอ้วน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดอุดตันฯ และต่างๆ มากมาย

 

          ตลอดจนมีผลวิจัยล่าสุดจาก องค์การด้านสุขภาพและนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโรงพยาบาลอาร์คอน (University Hospital Aachen) ของเยอรมนี ได้เตือนถึงการบริโภคเครื่องดื่มประเภทชาไข่มุก ว่า นอกจากเครื่องดื่มเหล่านี้จะเสี่ยงก่อให้เกิดอันตรายจากโรคอ้วนและการสำลักเม็ดไข่มุกแล้ว ยังตรวจพบว่าเม็ดไข่มุกที่ผสมอยู่กับเครื่องดื่มนั้น ยังมีสารเคมีประเภทโพลีคลอริเนต ไบฟีนิล หรือ PCBs (Polychlorinated Biphenyls หรือ PCBs) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งเจือปนอยู่ด้วย โดยสารดังกล่าวเป็นสารที่ละลายน้ำได้น้อยแต่ละลายในไขมันได้ดี และสลายตัวได้ยากในสิ่งมีชีวิต เมื่อเข้าสู่ร่างกายมนุษย์แล้วจะถูกขับออกได้บ้างทางอุจจาระ และปัสสาวะ ที่เหลือจะสะสมในร่างกายทีละน้อย จนเริ่มแสดงอาการของพิษ เริ่มตั้งแต่คลื่นไส้ เหนื่อย เบื่ออาหาร เกิดตุ่มฝีที่ผิวหนัง เล็บคล้ำ ฯลฯ ไปจนถึงอาการขั้นร้ายแรง คือทำให้เกิดความผิดปกติของระบบสืบพันธ์ ระบบภูมิคุ้มกัน และอาจทำให้เป็นมะเร็งได้ในที่สุด

 

          ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ชานมไข่มุกสุดโปรดของใครหลายๆ คนนั้น กลับแฝงไปด้วยอันตรายที่น่ากลัว แต่จะให้อ่านบทความนี้แล้วหยุดดื่มไปซะเลยก็เห็นจะอดใจยาก ทางที่ดี ลองปรับลดปริมาณลงสักนิด  ลดความถี่อีกสักหน่อย วันหนึ่งเมื่อร่างกายเริ่มเลิกชินกับการเสพติดความหวาน เมื่อนั้นเราก็จะสามารถหยุดดื่มเครื่องดื่มประเภทเหล่านี้ได้ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกๆ คนครับ

 

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต

               http://www.bejame.com/article/2328

PINTHONG GROUP MANAGEMENT AND CONSULTANTS CO.,LTD.
27 Rama 2 Road, Thakham, Bangkuntien, Bangkok 10150 Thailand
Telephone : 0 - 2416- 9779 (12 Lines) Fax : 0 - 2417- 0154-9 Email : pmc@pinthong-group.com
© 2016 PinthongGroup.Inc.All Rights Reserved.