เทคโนโลยีกับความพอเพียง

          หลังจากค่ายยักษ์ใหญ่เปิดตัวมือถือรุ่นใหม่เพียงไม่นาน กระแสตอบรับจากคนทั่วทุกมุมโลกก็โหมกระหน่ำ เห็นได้จากยอดจองที่สูงเป็นตัวเลขหลักล้านด้วยระยะเวลาเพียงวันเดียว ก็แสดงให้เห็นเป็นอย่างดีถึงความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน นี่ยังไม่นับปรากฏการณ์ที่ยอมอดตาหลับขับตานอนไปจับจองพื้นที่หน้าห้างสรรพสินค้าของคนนับร้อยนับพัน ยอมตากแดด ตากฝน ฝ่าอากาศที่หนาวเหน็บ เพื่อให้ได้มีโอกาสเป็นเจ้าของอุปกรณ์ไอทีเครื่องเล็ก ที่ใช้เพื่อการติดต่อสื่อสารกันระหว่างมนุษย์

 

          แน่นอนว่าเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันบนโลกของเราก้าวไกลไปมาก แต่ยิ่งพัฒนามากขึ้นเท่าไหร่ สิ่งที่ผมเห็นกลับพบว่าหัวใจของเรากลับยิ่งแคบลงมากขึ้นๆ เท่านั้น คล้ายกับว่าเราปล่อยให้เทคโนโลยีที่เผ่าพันธุ์ของเราได้สร้างขึ้นนี้ มาครอบงำตัวเราเสียเองจนคล้ายกับว่า ทุกคนเสพเทคโนโลยีเพียงเพื่อการฉาบกายภายนอกให้ดูโก้เก๋ทันสมัย โดยไม่สนใจถึงความจำเป็น คงไม่แย่เท่าไหร่หากทุกบาททุกสตางค์ที่เราควักกระเป๋าออกมาเพื่อแลกกับการได้มาซึ่งเทคโนโลยีก้าวหน้าเหล่านั้น เกิดมาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง แต่คงมีอีกหลายๆ คน หลายๆ วัย ที่ไม่เลือกวิธีการขอเพียงได้สิ่งที่ตนเองต้องการเป็นพอ เราจึงพบเห็นเหตุการณ์ฉกชิงวิ่งราว เด็กสาวขายตัว ให้พบเห็นตามสื่ออยู่บ่อยครั้ง หรือแม้กระทั่งการติดเกมออนไลน์งอมแงม จนไม่เป็นอันกินอันนอน ไม่เป็นอันเรียน ไม่ทำงานทำการ ซ้ำร้ายบางคนเสียชีวิตตรงหน้าจอเพราะอาการช็อก ก็เคยมีให้เห็นมาแล้ว

 

          ถึงเวลาแล้วหรือยัง? ที่เราควรจะหันมาให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีอย่างพอเพียง พอเพียงในที่นี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ใช้งานอย่างพอประมาณเท่านั้น หากแต่ยังสามารถหยิบยกหลัก “สามห่วงสองเงื่อนไข” มาประยุกต์กับรูปแบบการใช้เทคโนโลยีของคนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ได้แก่ การใช้งานอย่างพอประมาณ เลือกใช้งานอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับตนเอง ไปไหลไปตามกระแสนิยม เพราะจะทำให้จมอยู่กับวัตถุ เป็นผู้มีเหตุผล รู้ว่าสิ่งใดจำเป็น สิ่งใดควรทำ และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ไม่หลงไหลตามกระแสวัตถุนิยม ไม่จมกับการเป็นทาสเทคโนโลยี

 

          ตลอดจนมีความรู้ในเรื่องราวต่างๆ สามารถใช้งานเทคโนโลยีที่มีหรือที่หามาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ถูกหลอกหลงกลคนไม่ดี สุดท้ายคือมีคุณธรรม ไม่ใช้เทคโนโลยีไปในทางที่ผิด เช่น การปล่อยรูป ปล่อยเสียง โจมตีทำลายผู้อื่น หรือประจานให้เสียหายบนอินเตอร์เน็ต การล้วงความลับฐานข้อมูล การปล่อยไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งการโจรกรรมทางอินเตอร์เน็ต เป็นต้น และไม่ทำอะไรที่ผิดเพื่อให้ได้เทคโนโลยี อย่างการปล้นจี้ การค้าประเวณี เป็นต้น

 

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต

               http://www.bejame.com/article/2316

PINTHONG GROUP MANAGEMENT AND CONSULTANTS CO.,LTD.
27 Rama 2 Road, Thakham, Bangkuntien, Bangkok 10150 Thailand
Telephone : 0 - 2416- 9779 (12 Lines) Fax : 0 - 2417- 0154-9 Email : pmc@pinthong-group.com
© 2016 PinthongGroup.Inc.All Rights Reserved.