ภัยอันตราย และโรค อันเกิดจากการ ประกอบอาชีพอุตสาหกรรม

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคจากประกอบอาชีพมีสาเหตุใหญ่ ดังนี้

เกิดจากสารเคมี

 การทำงานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีได้แก่ งานในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ใช้สารเคมี ในรูปของใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อการผลิต ในรูปสารละลาย หรือสารผสม อาจจากผลพลอยได้หรือของเสียจากการผลิต สารเคมีต่าง ๆ จัดได้กลุ่มคือ

1. กลุ่มที่มีลักษณะเป็นก๊าซ ที่เป็นก๊าซพิษ เช่น คาร์บอนมอนน๊อกไซด์ จากโรงงานที่มีการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ไม่สมบูรณ์ก๊าซนี้เมื่อสูดหายใจเข้าไปรวมกับเม็ดเลือดทำให้เม็ดเลือดไม่สามารถดูดก๊าซออกวิเจนที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้ นานเข้าคนใช้หมดสติ ถ้ามากถึงตายได้ ในเมืองหลวงที่มีรถยนต์วิ่งแล่นติดกันบนท้องถนน จะพบว่ามีก๊าซคาร์บอนมอนน๊อกไซด์ มากจนเกิดอากาศสิ่งแวดล้อมเป็นพิษได้

2. กลุ่มที่มีลักษณะเป็นสารละลาย เมื่อสูดไอระเหยหรือดื่มสารละลายที่เป็นพิษเกิดการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย จะมีอาการทางประสาท และอันตรายถึงตายได้ เช่น เมทธิลแอลกอฮอล์โดยปกติใช้จุดไฟ หากคนเราไม่ระมัดระวังสูดไอระเหยหรือดื่มเข้าไปจะเกิดภาวะเป็นกรดในร่างกาย จะมีอาการเพ้อ สายตามองไม่เห็น บางทีเกิดหมดสติได้ ทางกองควบคุมอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข จึงมีระเบียบให้ผู้ปรุงเติมสีไม่ทำให้ช่วยรับประทาน เช่น สีม่วงหรือสีฟ้า และแต่งกลิ่นให้เหม็น ๆ เล็กน้อยเพื่อไม่ให้มีการเข้าใจผิดที่จะนำมารับประทานได้ สารละลายอีกชนิดหนึ่งที่มีพิษ และเด็กวัยรุ่นชอบสูดดมคือ ทินเนอร์ ที่ใช้ผสมสีน้ำมันพ่น ทำให้สีแห้งเร็ว หากสูดดมไอระเหยมาก จะมีอาการทางประสาท และเสพติดด้วย

3. ฝุ่นละออง ของสารหลายชนิดที่สูดเข้าปอดมาก จะเกิดการอักเสบของปอดได้ พบบ่อยก็ฝุ่นทรายที่มีสารซิลิคอนเมื่อเข้าปอดจะเกิดปฏิกิริยาในปอดรุนแรงมาก และยังให้เกิดวัณโรคได้ง่าย หากรับเชื้อวัณโรคเข้าไปอีก ฝุ่นอีกกลุ่มคือจำพวกฝุ่นผ้าย, ฝุ่นโรงสีข้าว, ฝุ่นจากชานอ้อยแห้ง, ฝุ่นเกสรฟางข้าว จะไม่รุนแรงมากเพียงแต่หลอดลมส่วนปลายหดตัวมีไอบางครั้งหอบได้

4. สารเคมีจำพวกโลหะ ที่พบบ่อยคือพวกตะกั่ว จากผู้มีอาชีพเชื่อมโลหะ ตะกั่ว ตัวเรียงพิมพ์ในโรงพิมพ์ โรงงานทำแบตเตอรี่ หรือเอาเศษแบตเตอรี่เก่า ๆ มาทำถนนเข้าบ้าน ผู้ทำงานเหล่านี้จะรับเอาสารตะกั่วเข้าสู่ร่างกายทีละน้อย ๆ โดยสารจะเข้าไปอยู่ในเยื่อกระดูก กล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อไม่มีแรงข้อมือ ข้อเท้าตก ในสมองจะมีอาการฟุ้งซ่านเพ้อคลั่ง นอนไม่หลับ หากผู้ป่วยมีอาการของพิษตะกั่วมากดูที่เหงือกจะพบเป็นเส้น ๆ สีน้ำเงิน สารอีกชนิดหนึ่งคือ สารปรอทเข้าสู่ร่างกาย 2 ทาง คือ ดูดซึมทางผิวหนัง และกินทางปาก จากสัตว์ เนื้อสัตว์ที่มีสารปรอทปน โดยจับปลา สัตว์น้ำที่อยู่แม่น้ำ หรือทะเล ที่มีโรงงานถ่ายเทสารปรอทเป็นของเสียลงไปสารปรอทจะเข้าสู่สัตว์น้ำเหล่านี้ได้ คนกินปลา, ปู, กุ้ง ที่มีสารปรอทก็เข้าสู่ร่างกายได้ อาการทางสมองมีหงุดหงิด มือสั่น เดินเซสายตาไม่ปกติได้

เกิดจากสถานภาพสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ

 สภาพสิ่งแวดล้อมในโรงงานที่ไม่เหมาะสม คนทำงานจะเสี่ยงต่อกับอันตราย เช่น ร้อนจัด หนาวจัด แสงสว่างไม่มากพอ เสียงดังเกินไป ความกดดันของอากาศ และความสั่นสะเทือน นอกจากจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ยังอาจจะทำให้คนงานได้รับอันตรายจากการใช้เครื่องจักรกล

1. ความสั่นสะเทือน เครื่องมือ เช่น เครื่องเจาะถนน เจาะหิน ตอกหมุด ขัดพื้น ทำให้คนงานมีอาการอักเสบของข้อมือ ข้อไหล่ได้มาก

2. เสียงดัง เป็นปัญหามากเช่นกัน เช่น คนทำงานในการทำความสะอาดสนิมหม้อน้ำ ไอน้ำ โรงงานทอผ้า เสียงดังติดต่อกันนาน ๆ ที่มีความดัง วัดได้จากเครื่องมือเกิน 80 เดซิเบลส์ ทำให้ประสาทของหูพิการได้ ดังนั้นคนงานจะมีเครื่องอุดหู เพื่อลดความดังจากงานดังกล่าวได้

3. ความร้อน อุณหภูมิของคนเราปกติเท่ากับ37 องศาเซลเซียส ได้จากการเผาผลาญสารอาหาร และการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย หากร่างกายได้รับเพิ่มจากสภาพภายนอกมาก เช่นแสงอาทิตย์ จากแหล่งไฟ เช่น เตาไฟฟ้า เตาถ่านหิน และอื่น ๆ หากสิ่งแวดล้อมนั้นไม่มีการถ่ายเทของอากาศ อากาศแห้งทำให้ได้รับความร้อนสู่ร่างกายมาก ร่างกายจะปรับไม่ทันจะเกิดอาการเป็นลม ไข้สูงตัวร้อนและตะคริว อย่างใดอย่างหนึ่ง จากนั้นจะมีอาการอ่อนเพลีย จึงควรพักผ่อน ไม่ควรกลับเข้าไปทำงานทันที

4. ความเย็น เมืองไทยเราเป็นเมืองร้อน และจะพบได้ในคนทำงานในห้องเย็น ความเย็นจัดสามารถทำให้เส้นเลือดฝอยตีบเล็กลง จะพบมากบริเวณปลายมือ ปลายเท้า จมูกและใบหู เป็นต้น อาการเล็กน้อยจะมีอาการที่บริเวณใบหู จมูก นิ้วมือ เท้า มีลักษณะแดง ร้อนตึง และปวด ถ้าถูกความเย็นจัดจะชื้นมากนาน ๆ เส้นเลือดจะตีบตัน เกิดการตายของบริเวณที่ขาดเลือดไปเลี้ยงได้

5. พลังงานเกิดจากแม่เหล็กไฟฟ้า จะเป็นพลังงานที่ออกมาเป็นรูปของคลื่นแสง เช่น คลื่นแสงอุลตร้าสีม่วง และคลื่นความร้อน เช่น ไมโครเวฟ ถ้าถูกแก้วตาทำให้เกิดต้อกระจำเป็นโรคที่ทำให้ตาบอกได้ โรคนี้เกิดจากทำงานกลางแดด เช่น ชาวนา กลาสีเรือ และทำงานเกี่ยวกับการใช้เรด้าร์, แสงอุลตร้าสีม่วงหากถูกผิวหนังนาน ๆ เกิดอักเสบกลายเป็นมะเร็วได้ แสงและความร้อนเกิดการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า หากไม่มีเครื่องป้องกันจะทำให้ผู้ทำงานเกิดผิวหนังบริเวณหน้าอักเสบปวดแสบ และเยื่อบุตาอักเสบ หากนานเข้าอาจทำให้แก้วตาขุ่นมัว และถึงตาบอกได้

6. กัมมันตภาพรังสี เกิดจากสารกัมมันตภาพรังสีในเหมืองพลังงานปรมาณูและงานรังสี-เอกซ์ เมื่อสัมผัสนาน ๆ และมาก (ความเข้ม) อาการรุนแรงได้ เช่น ผิวหนังอักเสบ เกิดแผลตาเป็นต้อกระจก ไขกระดูกถูกทำลาย จึงเกิดระบบสร้างเม็ดเลือดถูกทำลายคือจะเกิดมะเร็วเม็ดเลือดขาว

เกิดจากการติดเชื้อของโรค

 ในบริเวณโรงงาน สถานที่ทำงานหากมีความสกปรก อับทึบ และชื้นจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคหลายชนิด เช่น เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ฯลฯ ทำให้สิ่งแวดล้อมมีแต่เชื้อโรคต่าง ๆ อาศัยอยู่ ดังนั้นคนงานทำงานในสิ่งแวดล้อมมีแต่เชื้อโรคต่าง ๆ อาศัยอยู่ ดังนั้นคนงานทำงานในสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ จะได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย เชื้อโรคอาจจะติดมาจากสัตว์ และผลผลิตสิ่งของต่าง ๆ เช่น โรงฟอกหนัง โรงงานป่นกระดูก อาจจะติดเชื้อโรค

 

 

PINTHONG GROUP MANAGEMENT AND CONSULTANTS CO.,LTD.
81/109 Moo 1 ,Rama 2 Road, Thakham, Bangkuntien, Bangkok 10150 Thailand
Telephone : 0 - 2416- 9779 (12 Lines) Fax : 0 - 2417- 0154-9 Email : pmc@pinthong-group.com
© 2016 PinthongGroup.Inc.All Rights Reserved.