ท่าดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! เผยงานวิจัยที่บอกว่า แค่เปลี่ยนท่า...

ท่าดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! เผยงานวิจัยที่บอกว่า แค่เปลี่ยนท่า ความมั่นใจก็เพิ่มได้ใน 2 นาที

 

HIGHLIGHTS:

  • การแสดงออกทางภาษากายมีผลกระทบต่อระบบฮอร์โมน ‘เทสโทสเตอโรน’ ที่มีผลต่อความมั่นใจ และ ‘คอร์ติซอล’ ฮอร์โมนแห่งความเครียดและความกดดัน
  • การทำท่า Power Poses หรือวางท่าโอ่อ่า ไหล่ผึ่ง และผ่อนคลายเพียง 2 นาที จะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมน ‘เทสโทสเตอโรน’ และเสริมสร้างความมั่นใจในตัวคุณ

 

 เชื่อไหมครับว่าอากัปกิริยาของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการยืน การนั่ง หรือการทำท่าทางต่างๆ ล้วนแล้วแต่มีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นใจของตัวเองโดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว
     เอมี คัดดี้ (Amy Cuddy) นักจิตวิทยาสังคม และอาจารย์โรงเรียนธุรกิจฮาวาร์ด ผู้มีความสนใจเรื่อง ‘อวัจนภาษา’ การแสดงออกถึงพลังอำนาจ และการครอบงำที่ถ่ายทอดทางภาษากายเป็นพิเศษ เจ้าของงานวิจัยเรื่อง ‘การแสดงออกทางอวัจนภาษาที่สื่อถึงพลังอำนาจ’
     วันหนึ่งขณะที่คัดดี้สอนหนังสือเด็กๆ ในชั้นเรียน เธอมักจะพบว่ามีเด็กอยู่ 2 ประเภท ประเภทแรกคือ เด็กที่เข้ามาในห้องเรียนแล้ววางตัวใหญ่โต (ในที่นี้คือการแสดงออกแบบผ่อนคลาย ยืดแขนยืดขาสบายๆ ประหนึ่งว่ารู้จักทุกคน) ส่วนอีกประเภทคือเด็กที่ทำตัวเองให้ลีบแบน กลมกลืนไปกับเพื่อนๆ ในห้องให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้ทุกคนจับจ้อง
     และเนื่องจากวิชาของคุณครูคัดดี้เน้นเรื่องการมีส่วนร่วมในการนำเสนอความคิดเห็นและการถาม-ตอบเป็นหลัก สิ่งที่เธอเห็นได้ชัดจากการตั้งข้อสังเกตคือ เด็กที่วางตัวใหญ่โต ผ่อนคลาย มักจะมีส่วนร่วมในชั้นเรียนด้านการแสดงความคิดเห็นอยู่เสมอ ในขณะที่เด็กที่วางตัวลีบแบนมักจะถูกกลบและกลืนไปกับเพื่อนฝูง และสอบตกเรื่องการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน
     ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นตัวจุดประกายให้เธอเห็นว่า ภาษากายเหล่านี้น่าจะมีนัยยะเชิงความสัมพันธ์แบบลับๆ กับอารมณ์ของมนุษย์

Photo: STr New, Reuters/profile  

 

ทฤษฎีสมคบคิดระหว่างการแสดงออกและอารมณ์
     นอกเรื่องนิดหนึ่งครับ หากใครเป็นแฟนฟุตบอล ครั้งหนึ่งคุณน่าจะจำผู้รักษาประตูที่ชื่อ ปีเตอร์ ชไมเคิล (Peter Schmeichel) ได้ ในสมัยที่ชไมเคิลยังสวมถุงมือลงสนาม เทคนิคในการป้องกันประตูที่เขามักจะใช้คือ การกางแขนกางขา ทำตัวให้ใหญ่ที่สุด ในเชิงปฏิบัติ เราย่อมเข้าใจได้ว่าการแสดงออกเช่นนั้นคือการพยายามปิดมุมประตู เพื่อลดช่องทางในการยิงประตูจากกองหน้าฝั่งตรงข้าม แต่ในเชิงทฤษฎี มีการวิเคราะห์กันว่าการทำตัวให้ใหญ่คับปากประตูของชไมเคิลมีผลทางด้านจิตวิทยาในการขู่ขวัญผู้เล่นฝั่งตรงข้ามให้รู้สึกตัวเล็กกว่า และไร้อำนาจในการต่อกร
     ไม่เพียงแต่มนุษย์ที่มีกลไกทางการแสดงออกที่ส่งผลต่อระบบทางอารมณ์เช่นนี้ สัตว์ก็เช่นเดียวกัน เรามักจะเห็นแมวโก่งหลังให้สูงขึ้นอย่างผิดรูป อึ่งอ่างพองตัวให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือแม้แต่งูแผ่แม่เบี้ยยามที่พวกมันต้องการสร้างความมั่นใจให้ตัวเองในการป้องกันตัวจากศัตรู



ฮอร์โมนในตัวคุณมีผลกับอารมณ์ที่ปรวนแปร
     คัดดี้ตั้งสมมติฐานว่า การแสดงออกของมนุษย์น่าจะมีผลสัมพัทธ์กับฮอร์โมนในร่างกาย 2 ตัว ได้แก่ เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ฮอร์โมนเพศที่คัดดี้นิยามว่าเป็นฮอร์โมนแห่งความโอ่อ่า การมีพลังอำนาจ ยิ่งคุณมีค่าฮอร์โมนตัวนี้สูง ความมั่นใจในตัวคุณก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย และคอร์ติซอล (Cortisol) ฮอร์โมนแห่งความเครียด ความกดดัน ที่หากคุณมีเจ้าฮอร์โมนตัวนี้ในร่างกายมากเท่าไร คุณก็จะยิ่งอยู่ในภาวะเครียดมากเท่านั้น
     เมื่อเป็นเช่นนั้นคัดดี้และผู้ช่วยจึงเริ่มทำการทดลองทฤษฎีดังกล่าว โดยการนำคนจำนวนหนึ่งมาเป็นตัวอย่างในการทดลอง โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้ทำท่า Power Poses วางตัวโอ่อ่า ผ่อนคลาย ปล่อยตัวสบายๆ ให้มากที่สุดเป็นระยะเวลา 2 นาที โดยมีท่าบังคับคือ ท่า ‘Wonder Woman’ (เท้าเอว ไหล่ผึ่ง กางขา) ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งให้ทำท่า Low Power Poses วางตัวห่อเหี่ยวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่งขดๆ กอดอก ในระยะเวลาที่เท่ากัน
     คัดดี้เริ่มต้นวัดผลของการทดลองครั้งนี้ด้วยการท้าเล่นพนัน ผลสรุปว่า 86% ของ Power Poses มีความกล้าได้กล้าเสียสูงที่อยากจะเล่นพนัน ในขณะที่มีเพียง 60% ของกลุ่ม Low Power Poses ที่กล้าเล่นพนัน
     ด้านการวัดฮอร์โมนของกลุ่มทดลอง ผลปรากฏว่า ในกลุ่ม Power Poses มีฮอร์โมนแห่งความมั่นใจเพิ่มขึ้น 8% และมีฮอร์โมนความเครียดลดลงจากเดิมกว่า 25% ขณะที่กลุ่ม Low Power Poses มีฮอร์โมนแห่งความมั่นใจลดลง 10% และมีฮอร์โมนความเครียดเพิ่มขึ้นถึง 15%
     ซึ่งการทดลองในครั้งนี้ของคัดดี้ น่าจะเป็นหลักฐานที่ยืนยันได้ดีว่า การแสดงท่าทางและภาษากายของมนุษย์มีผลต่ออารมณ์ในตัวเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งทางปฏิบัติ (ความมั่นใจในการกล้าเล่นพนัน) และทางทฤษฎี (ฮอร์โมน)

เพิ่มความมั่นใจง่ายๆ แค่ 2 นาที!
     อย่าเพิ่งตกใจกับชื่อหัวข้อที่ดูเหมือนการขายตรง หรือเสมือนการเชิญชวนให้คุณซื้อคอร์สอะไรบางอย่าง แต่ 2 นาทีในที่นี้หมายถึงระยะเวลาที่คัดดี้แนะนำให้เราลองโพสท่า Wonder Woman (หากคุณผู้ชายคนไหนลำบากใจ แนะนำให้ใช้คำว่า Wonder Man แทน) หรือท่าทางที่สบายๆ ผ่อนคลาย ก่อนจะทำการใหญ่ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจในตัวคุณ และดึงความเป็นคุณออกมาให้ได้มากที่สุด
     เพราะเช่นเดียวกัน หากคุณทำท่า Power Poses กลางที่สัมภาษณ์งาน โต๊ะประชุม หรือการคุยงานกับเพื่อนร่วมงาน ไปจนถึงหัวหน้า มันก็อาจจะเป็นบริบททางภาษากายที่ดูจะผิดสถานที่ไปหน่อย และอาจสร้างการตีความที่ผิดเพี้ยนจากผู้พบเห็นได้
     และถึงแม้ว่าล่าสุด หนึ่งในผู้ช่วยคัดดี้จะออกมาบอกว่า ผลการทดสอบในครั้งนั้นอาจจะไม่ถูกต้อง 100% เนื่องจากกลุ่มทดลองตัวอย่างมีขนาดเล็กและฮอร์โมนในร่างกายก็อาจจะผกผันตามปัจจัยเเวดล้อมอื่นๆ ได้เช่นกัน นั่นจึงไม่อาจสรุปได้ว่างานวิจัยชิ้นนี้ของคัดดิ้งได้ผลแบบ 100% หรือไม่
      แต่ถึงอย่างไรลองดูก็ไม่น่าจะเสียหายนะครับ หากการทำ Power Poses ท่า Wonder Woman ในที่ลับหูลับตาคนสัก 2 นาทีก่อนจะต้องออกไปลุยกับโปรเจกต์หรือการนำเสนองานที่น่าหวาดหวั่นจะช่วยปลุกความมั่นใจในตัวคุณให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ได้ คุณก็น่าจะลองดูนะครับ 
อ้างอิง:
http://blog.ted.com/10-examples-of-how-power-posing-can-work-to-boost-your-confidence/
http://jamesclear.com/body-language-how-to-be-confident
https://indy100.com/article/a-harvard-psychologist-says-this-is-the-first-thing-you-should-do-when-you-wake-up-but-theres-a-7365056
http://jetanin.com/th/service/archive_detail/10
http://tuvayanon.net/C-ep6-001001B-570623-0910.html

ภาพประกอบ: Karin Foxx

 

FACT BOX:

  • เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ฮอร์โมนเพศที่ร่างกายของมนุษย์ทั้งหญิงและชายผลิตขึ้นมา เพื่อช่วยในการสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย
  • คอร์ติซอล (Cortisol) ฮอร์โมนแห่งความเครียด ซึ่งร่างกายจะผลิตออกมายามที่คุณมีความเครียด และแม้ชื่อของมันอาจจะดูไม่ชวนอภิรมย์สักเท่าไร แต่ฮอร์โมนชนิดนี้กลับมีความจำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์เราเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการสร้างสมดุลที่ดีให้กับร่างกาย หากมีฮอร์โมนชนิดนี้ในปริมาณที่พอดี ก็จะสามารถช่วยให้คุณรับมือกับความเครียดได้เป็นอย่างดี แต่หากมีมากไปก็จะยิ่งทำให้คุณมีความก้าวร้าว อยากปลดปล่อยและระบายมันออกมา ในขณะเดียวกันหากมีน้อยไปก็จะทำให้คุณซึมเศร้าจนไม่สามารถรับมือกับความเครียดความกดดันได้
  • วิธีรักษาสมดุลที่ดีของระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกายคือ การพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่อดอาหาร ไม่เครียดจนเกินไป

 

บทความจาก http://themomentum.co/happy-self-help-power-poses

PINTHONG GROUP MANAGEMENT AND CONSULTANTS CO.,LTD.
81/109 Moo 1 ,Rama 2 Road, Thakham, Bangkuntien, Bangkok 10150 Thailand
Telephone : 0 - 2416- 9779 (12 Lines) Fax : 0 - 2417- 0154-9 Email : pmc@pinthong-group.com
© 2016 PinthongGroup.Inc.All Rights Reserved.